วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2559

ไม่มีจุดหมาย


เพิ่งวางโทรศัพท์ที่เพื่อนเก่าโทร.มาหาด้วยความคิดถึงและสอบถามข่าวคราวกันเหมือนกับที่มันเคยทำมาเป็นประจำ ซึ่งบางครั้งผมก็เป็นฝ่ายโทรศัพท์ไปหาแต่ก็ต้องยอมรับว่าเพื่อนฝูงมีมากมายทำให้บางครั้งบางเวลาก็หลงลืมคนบางคนไปเหมือนกัน ยกเว้นในเวลาที่รื้อค้นเอกสารหรือเปิดดูรูปถ่ายเก่าๆ จึงมักจะนึกขึ้นได้จนทำให้เพื่อนๆ บางคนน้อยใจเหมือนกัน เพื่อนๆ หลายคนที่เคยรับราชการอยู่ด้วยกันพอลาออกไปแล้วก็กลับภูมิลำเนาเดิมของตนที่ภาคอีสาน บางคนก็ไปเลี้ยงหลานพักผ่อนตามสบาย แต่บางคนยังมีภาระต้องเลี้ยงดูส่งเสียให้ลูกที่ยังเล็กอยู่ร่ำเรียนต่อทำให้ต้องขวานขวายหางานทำเพิ่มเติมจากเงินบำนาญที่ได้รับเพื่อให้พอเพียงในการดำรงชีพ ดังนั้นเพื่อนๆ ทุกคนจึงมีชีวิตความเป็นอยู่ที่แตกต่างกันมากมาย ขณะที่บางท่านหลบไปนุ่งเหลืองห่มเหลืองอยู่อาศัยกับความสงบอย่างไร้ปัญหาอุปสรรคใดๆ ในการดำรงชีวิต ยังชีพอยู่ได้ด้วยเงินบำนาญจนไม่สนใจใยดีต่อโลกทางวัตถุอีกต่อไป ไม่เคยคิดที่จะแสวงหาผลประโยชน์จากผ้าเหลืองที่สวมใส่แม้แต่น้อย ... นั่นคือวิถีทางที่สงบสุขอย่างแท้จริง หลังจากที่ผ่านการใช้ชีวิตบนเส้นทางของ ตัณหา ต่อสู้ฟันฝ่ากับอุปสรรคมายาวนานหลายสิบปี

ตัวผมเองแม้จะปล่อยวางกับการแสวงหาในทุกเรื่องจนแทบหมดสิ้นแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่เคยคิดที่จะละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดสิ้น เพราะรู้ตัวดีว่ายังมีภาระติดค้างอยู่อีกมากมายบนพื้นโลกใบนี้ แม้จะมีเงินบำนาญเลี้ยงชีพเพียง 2 หมื่นกว่าบาทแต่ก็ยังอุตส่าห์เป็นหนี้ธนาคารอยู่อีกตั้ง 4 แสนกว่าบาทยังต้องมีภาระต้องชดใช้เงินอีก 3,600 บาทในทุกเดือ นระยะยืนยาวถึง 30 ปี 

ครับ เป็นหนี้กันยาวนานจนถึงวันสิ้นลมไปเลยครับตามประสาคนไทยธรรมดาๆ ที่ไม่คิดอยากแข่งขันต่อสู้ไขว่คว้าหาสวรรค์วิมานอะไรมาใส่ตัวอีกแล้ว ขอเพียงแค่มีลมหายใจที่สดชื่น มีความสงบสุขในจิตใจไร้ปัญหาใดๆ มารบกวนจิตใจให้ขุ่นข้อง เท่านั้นก็พอแล้ว

ผมไม่ได้สนใจอีกเลยว่า สว.จะต้องเกิดมาจากอะไร ? 
ผมไม่อยากจะรู้อีกแล้วว่า สส.จะต้องเป็นคนดีหรือเป็นคนเลว ? 
ผมเฉยๆ กับข่าวผลการสำรวจโพลต่างๆ 
และผมก็เชื่อแน่ว่าคนไทยอีกหลายๆ คนบนแผ่นนี้ก็เบื่อหน่ายต่อเรื่องเหล่านี้กันทั้งสิ้น ชีวิตของผู้คนในยุคนี้หมดไปวันๆ กับการเสพข้อมูลข่าวสารที่ประดังเข้ามาในทุกช่องทางโดยไร้แก่นสาร ไม่มีสาระใดๆ ให้จดจำหรือนำมาวิเคราะห์ถึงเหตุผล ทั้งหมดมันก็เป็นแค่การต่อสู้กันในทางการเมืองการปกครองของกลุ่มบุคคลสองฝ่ายที่ทุ่มเทใช้การสื่อสารมวลชนเข้ามาเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการต่อสู้เพื่อชี้นำชักชวนประชาชนให้เข้ามาเป็นเครื่องมือชิ้นต่อไปของฝ่ายตนเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง
และแน่นอนว่าที่สุดของสิ่งนั้นก็คือ หายนะ

ไม่ใช่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่เป็นของประเทศชาติ เพราะทั้งสองฝ่ายที่กำลังห้ำหั่นกันนั้นได้กอบโกยสะสมกำลังทรัพย์สมบัติไว้มากเพียงพอที่จะกระโจนหนีออกจากกองไฟที่มอดไหม้แผดเผาแผ่นดินนี้แล้วหนีเอาตัวรอดไปเสวยสุขที่ต่างแดนเหมือนกับท่ี่บรรพบุรุษของพวกนั้นเคยกระทำมาอย่างไร้ยางอาย

และอีกไม่นานพวกมันก็จะหวนกลับมาตามวงจร 
เพื่อกู้ชาติและกอบโกยแสวงหาผลประโยชน์อีกต่อไปโดยไม่มีวันจบสิ้น

ผมไม่ได้คิดอะไรเองนะเพราะนี่เป็นเรื่องจริง

วันนี้ของผมคือวันที่ผมมีความสุขที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อน มีความสุขที่ได้ดื่มเบียร์เย็นๆ แม้ว่ากับแกล้มจะมีแค่ขนมเด็กถุงละ 5 บาท กับหมี่แห้งที่เหลือจากตอนเช้าเอามาผัดใส่ผักโขมจีน แล้วก็ใข่ตุ๋นในตู้เย็นที่เหลือจากเมื่อคืนนี้ บุหรี่ในมือ และจอคอมพิวเตอร์ที่มีแป้นพิมพ์ให้ผมได้บรรยายในสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าในนาทีนี้

ในขณะที่อีกหลายๆ คนกำลังล้อมวงสรวลเสเฮฮาเฉลิมฉลองอยู่ในห้องสุดหรูของโรงแรมขนาดใหญ่ที่ถูกจ้างเหมาอาหารเลิศรสมาเพื่อจัดเลี้ยงให้กับพวกของตนที่ให้ความร่วมมือในการล้างผลาญทรัพยากรของประเทศชาติจนย่อยยับมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนสามารถสร้างฐานะทางการเมืองการปกครองให้กับพวกตนมาอย่างมั่นคง มันเป็นความสำเร็จอย่างล้นเหลือในความร่วมมือของ นักการเมือง นักธุรกิจ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นายทหารระดับสูง นายตำรวจระดับใหญ่ รวมถึง บรรดาแกนนำผู้ไร้ชื่อเสียง ไร้ความสามารถ 

และขอขอบคุณ "แพะ" ทุกตัวมา ณ ที่นี้

สงครามย่อมสร้างความสูญเสีย 
แต่มันก็ไม่เคยสร้างความสูญเสียให้กับผู้ก่อสงคราม
ดังนั้น มันจึงต้องมีผู้ที่เสียสละ
ทั้งด้วยความเต็มใจ
และโดยความไม่ตั้งใจ

นาทีนี้ ผมยังอยู่ที่บ้านครับ 
แต่อย่าถามว่าพรุ่งนี้ผมจะไปไหน?
พรุ่งนี้ผมจะทำอะไร?

เพราะตัวผมเองก็ยังนึกไม่ออกว่า 

พรุ่งนี้ผมจะตื่นนอนมั้ย?

วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2559

วันเวลาที่ผ่านพ้น


ภาพข้างบนนี้เป็นชั่วโมงสุดท้ายของปี 2558 เป็นการยืนยันว่า ชีวิตน่าจะผ่านพ้นไปได้อีกปีหนึ่งโดยไม่มีเหตุขัดข้องใดๆ ถ่ายที่ใต้ต้นมะขามยักษ์หลังบ้านนี่เอง หลังจากซดเบียร์หมดไปลังกว่าๆ แล้วนะ อันที่จริงภาพชุดนี้ได้นำไปลงในเฟซบุ๊คทั้งหมดแล้ว แต่ในบล็อกขอเอามาลงไม่กี่ภาพเพราะไม่ได้เน้นที่ภาพ แต่ต้องการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวลงไว้มากกว่า เคยมีหลายๆ คนถามว่าทำไมปีใหม่ของทุกปีไม่เคยเห็นออกไปเที่ยวไหนเลย อยู่แต่บ้านทุกปี ก็ขอชี้แจงแถลงไขล่ะว่าเหตุผลก็เพราะ 
  1. ไม่มีรถ
  2. ไม่รู้จะไปเที่ยวไหน
  3. ไม่รู้ว่าจะไปทำไม
  4. ไม่มีเงิน
อันที่จริงว่าจะใช้แค่เหตุผลข้อสุดท้ายมากล่าวอ้างก็น่าจะพอเพียงกับคำถามแล้วล่ะนะ แต่ก็ขอแยกประเด็นออกมาให้มันเยอะขึ้นยังงั้นเองแหละ เพราะเคยตั้งคำถามกับตัวเองมามากมายถึงเหตุผลในการที่ไ่ยอมออกเดินทางไปโน่นมานี่เหมือนกับคนอื่นเค้า แล้วก็ได้รับคำตอบกลับคืนมาให้กับตัวเองว่า เพราะ
  1. เราไม่ได้ทำงานอยู่เหมือนกับคนอื่น
  2. เราเบื่อหน่ายกับสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองไทย
  3. เราอยากหลีกเลี่ยงในการพบปะกับผู้คน
  4. เราทนไม่ได้กับชีวิตบนถนนหนทางที่สับสนวุ่นวาย
  5. เราไหว้พระที่ห้อยคอไว้เพียงองค์เดียว แล้วรู้สึกถึงความ สุข สงบ กว่าที่ต้องไปไหว้พระดังๆ อีก 108 - 1009 วัดทั่วประเทศ
  6. เราไม่อยากไปไหนทั้งสิ้น จะขอใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายของลมหายใจกับ "บ้าน"


1 ปีแม้ว่าจะมีถึง 365-366 วัน แต่ชีวิตของคนเราไม่สามารถที่จะดำรงรักษาความรู้สึก สุข เศร้า สมหวัง พอใจ เสียใจ ดีใจ โกรธ เกลียด ไว้ได้ให้เหมือนกันโดยตลอด วันเวลาทั้งหมดนั้นชีวิตของเราจะเกิดอารมณ์ที่แตกต่างขึ้นกับเราสลับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปไม่มีซ้ำ เพียงแต่เราไม่เคยให้ความสนใจกับมันเท่านั้นเอง และหากมีการบันทึกเหตุการณ์ประจำวันไว้ก็จะทราบแต่ว่า ทุกวันเราอาจมีทุกอารมณ์เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา 24 ชั่วโมง ดังนั้นในปีหนึ่งๆ เราจึงอาจพบกับอารมณ์ผันผวนมากมายที่เกิดขึ้นกับชีวิตเราซึ่งขึ้นอยู่กับตัวของเราเองว่า "จะเลือกจดจำช่วงเวลาใดไว้ในความทรงจำ" เชื่อแน่ว่าทุกคนมีสติพอที่จะเลือกได้ในสิ่งที่ถูกต้องและมีคุณค่ากับชีวิต

วันนั้นอาจจะเป็นเพียง "วัน" วันเดียวที่เกิดขึ้นใน 365 วันและเราอาจจะต้องการจดจำมันไว้ชั่วชีวิตโดยไม่ใส่ใจใยดีกับวันอื่นๆ อีก 364 วันที่เหลืออยู่ ... ซึ่งเท่านั้นมันก็คุ้มค่าแล้วสำหรับปีที่ผ่านไป


สองตายายจากบุรีรัมย์ นายภักดี เพชรรัตน์ และน้องประนอม ดูเหมือนจะแวะมาที่บ้านหลังนี้ในวันปีใหม่ 3 ปีติดต่อกันแล้วแม้ว่าจะทำงานไกลปืนเที่ยงถึง จ.ตรัง ในปี 2559 นี้หรือเมื่อสมัยยังทำงานอยู่ จ.ปัตตานี ก็ยังมีเวลาว่างหลังจากไปแวะบ้านตัวเองที่ จ.บุรีรัมย์ อุตส่าห์ขับรถตากลมมาหาจนถึงที่บ้านแล้วก็นั่งชนแก้วอยู่ทั้งคืนเหมือนปีที่ผ่านมา


สำหรับปีนี้ น้องสาวจงรัก เพชรรัตน์ และสามีนายอุดร อินทศรี ก็แวะมาเยี่ยมเยียนในวันปีใหม่เป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่นายภักดีออกเดินทางกลับบ้านไปตั้งแต่เช้า แต่คราวนี้สองสามีภรรยาไม่ยอมอยู่ค้างคืนเหมือนปีที่แล้ว นั่งพักผ่อนพูดคุยกันจนเย็น ก็ออกเดินทางกลับ จ.ปทุมธานีไป


ช่วงที่มีแขกมาที่บ้าน นายธนารมย์ก็พาคุณแม่กาญจนา หลบไปเที่ยวอรัญประเทศ บ้านเดิม แล้วก็เลยโฉบไปเยี่ยมคุณยายแมว 555 ที่บ้านหนองเทา อรัญประเทศ เพื่อดูลาดเลาว่าแก่เฒ่าลงมากขนาดไหนแล้ว ปรากฏว่ายังมีเรี่ยวแรงเดินเหินได้สบาย คาดว่าคงอยู่ได้อีกนานไม่ใช่น้อย จะเหงาอยู่อย่างเดียวคือแถวนั้นไม่มีขาไพ่มาร่วมเสวนาเท่านั้นเอง

ชีวิตที่เลื่อนไหลไปตามเวลาอาจจะกล่อมเกลาจิตใจของคนบางคนให้หันเข้าหาความจริง นั่นคือสัจธรรมของชีวิต การใช้ชีวิตให้มีความสุขกับความพอเพียง ความพอใจในสิ่งที่เรามีอยู่ การละทิ้งความทะเยอทะยาน การปล่อยวาง "ตัณหา" ในจิตใจให้หมดสิ้นไป เมินเฉยต่อลาภยศ สรรเสริญ 
"จงมองตัวของเราเองให้กระจ่าง"
"อย่าไปมองผู้อื่นเป็นตัวเปรียบเทียบ"
ครับ ไม่จำเป็นต้องโกนหัวบวชพระนุ่งเหลืองห่มเหลืองหรอกครับ 
เพราะนั่นน่ะมันคือเปลือกนอกเท่านั้น 
ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับใจของเรา 
ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา
เรารู้ เราเข้าใจ ชีวิตมากเพียงใด

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เวลาพัก


ช่วงนี้มีฝนตกทุกวัน และก็ตกไม่ค่อยจะเป็นเวลาซะด้วย ทำให้โปรแกรมการทำงานที่ปกติไม่ค่อยจะมีอยู่แล้ว ก็เลยบิดเบือนไปตามสันดาน พูดตรงๆ ก็คือขี้เกียจจนตัวเป็นขนนั่นแหละครับ เวลาว่างที่ต้องนั่งมองเม็ดฝนก็เลยต้องปรับเปลี่ยนไปบ้าง โดยใช้เวลาช่วงนี้ติดตามดูกีฬาเบาๆ พักสมองไปในตัว เนื่องจากเมื่อก่อนก็ตะลุยเปิดหนังใหม่ๆ ดูจนหมด ถึงวันนี้ก็เลยไม่มีหนังจะดู แม้แต่หนังเก่าๆ ก็หามาดูแทบทุกเรื่อง จนแทบหมดมุขแล้ว

หลายวันมานี่เลยตั้งหน้าตั้งตาตามเชียร์กีฬาของเด็กไทยเพื่อตามดูวิวัฒนาการรทางการกีฬาของบ้านเราไปด้วย ซึ่งหากจะว่ากันแล้ว การส่งเสริมด้านกีฬาของผู้บริหารบ้านเราก็งั้นๆๆ แหละ พอไปแข่งชนะอะไรมาทีก็เห่อกันที พอแพ้ครั้งเดียวเลิกส่งเสริมไปเลย ทำเอานักกีฬาไทยกลายเป็นขี้ยาไปหลายคนแล้ว บางคนก็ดวงดีพุ่งพรวดพราดจากใครก็ไม่รู้ กลายเป็นนายตำรวจ  นายทหารไปในชั่วพริบตา (ไม่เหมือนไอ้พวกที่รับราชการมาจนเกือบเกษียณ สอบแล้วสอบอีกจนหนวดหงอกก็ยังไม่ได้เป็นกะเค้าซักที)  

ครับ มันเป็นวัฒนธรรมของสังคมสมัยใหม่น่ะครับ ที่มองเห็นว่าการมียศฐาบรรดาศักดิ์น่ะเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเกียรติและศักดิ์ศรีแก่วงศ์ตระกูลอย่างใหญ่หลวง จนหลายคนก็กลายเป็นพวกบ้ายศ บ้าอำนาจไปเลย เด็กรุ่นหลังๆ หลายคนเลยเลิกสนใจเรื่องการเรียนมันไปเลย หันไปเล่นกีฬาอะไรก็ได้ซักอย่างเพื่อหาทางรุ่งอย่างเค้าบ้าง แต่ก็ต้องเลือกหน่อยนะเพราะกีฬาบางอย่างมันก็ต้องใช้ความสามารถ แต่บางอย่างมันก็ต้องใช้เงิน (อันนี้จริงๆ นะครับ เช่น ยิงปืน กอล์ฟ แข่งรถ) แต่บางอย่างก็ต้องอาศัยเส้นสายอย่างหนักหน่วง ดังนั้น นักกีฬารุ่นใหม่ๆ ของไทยจึงมักมีเกียรติประวัติต่อท้ายเสมอๆ ว่า เป็นลูกอดีตนักกีฬาดังระดับชาติคนโน้นคนนี้ เป็นหลานของคนนี้ เป็นเหลนของคนนี้ เป็นเด็กล้างจานของคนโน้นคนนี้ เป็นต้น 

ธรรมดาดูกีฬาผมเองไม่ค่อยเครียดหรอกครับ เพราะมันเป็นช่วงของการพักผ่อน แต่บอกตรงๆ ว่าบางครั้งก็รู้สึกหงุดหงิดอะไรบางอย่าง จนอยากจะกระโดดยันจอโทรทัศน์หรือจอคอมพิวเตอร์ให้หงายท้องไปเหมือนกัน เช่น การที่มีโฆษณามาโผล่ในช่วงสำคัญ หรือการที่ต้องมาทนฟังเสียงของผู้บรรยายทีื้เพ้อเจ้ออะไรนอกเรื่องนักหนาก็ไม่รู้ มิหนำซ้ำบางทีก็วิพากษ์วิจารณ์การเล่นของนักกีฬา ยังกับตัวของท่านเองเป็นผู้รู้ที่เก่งกาจเกินมนุษย์ รู้ไปซะหมดทุกเรื่อง(เพราะไอ้เรื่องไหนที่ตัวเองไม่รู้ จะอ้อมแอ้มกลบเกลื่อนไปพูดเรื่องอื่นซะ) ดีนะที่ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ไม่งั้นคงโทร.ไปขอหวยแล้วล่ะครับ นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่บางครั้งต้องปิดเสียงมันไปซะเลย

ก็แนะนำนะครับให้ติดตามโปรแกรมการแข่งขันวอลเลย์บอลยุวชนหญิง อายุไม่เกิน 18 ปี ชิงแชมป์โลก ที่ประเทศเปรู (2015 FIVB Volleyball Women U23 World Championship) และ โปรแกรมการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์โลก ที่ประเทศตุรกี (2015 FIVB Volleyball Women U23 World Championship) รับรองว่าได้ลุ้นกันอย่างสบายอารมณ์กับการดูกีฬาที่มีแต่ของสวยๆ งามๆ ก็มันกีฬาที่ผู้หญิงเล่นนี่ครับ แต่ที่สำคัญก็คือการมองดูเด็กๆ ไทยมีฝีมือที่ก้าวหน้า พัฒนาตนเองจนก้าวขึ้นไปยืนอยู่ในแถวของนักกีฬาระดับโลกได้อย่างมีศักดิ์ศรี

นี่แหละเหตุผลที่ผมไม่ชอบวอลเลย์บอลชาย

อ้อ เทคนิคการดูกีฬาผ่านอินเตอร์เน็ตนะครับ กรุณาเปิดโปรแกรมยูทูป แล้วพิมพ์ชื่อโปรแกรมกีฬาเข้าไปที่ช่องค้นหา(อ้อ พิมพ์ภาษาอังกฤษนะครับ จะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน) ต่อท้ายด้วยคำว่า Live เท่านั้นเองท่านยูทูปก็จะทำการค้นหาให้เองแหละครับ เพราะในยุคสมัยใหม่นี้ โปรแกรมของยูทูป สามารถสนองความต้องการของผู้ใช้ที่ชอบของฟรีได้อย่างจุใจไม่ง้อใครแล้วล่ะครับ แม้แต่งานสังสรรค์ส่วนตัวของเราก็สามารถถ่ายทอดสดออกทางช่องของยูทูปได้นะครับ อันนี้เรื่องจริง ไม่ได้โกหก (ไม่งั้นผมจะเปิดดูหนังโป๊ในยูทูปได้ยังไง)

เพิ่มเติมครับ...เวลานี้ 21.58 ผมเพิ่งหลบมาจากดูวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 18 ปี แข่งขันกับโดมินิกันครับ ที่หลบมาก่อนแข่งจบก็เพราะช่วงต้นเซ็ทที่ 2 ผช.โค๊ชคนหนึ่งที่ชอบพูดคำหยาบเรียกเด็กๆ ว่า "มึง" หลายครั้งหลายหนมาแล้วดันไปด่าเด็กคนหนึ่งที่เล่นผิดพลาดว่า "อีเหี้ย" ออกอากาศดังสนั่นไปทั่วประเทศ และก็ทันทีทันใดเหมือนกัน แฟนวอลเลย์บอลทั่วประเทศต่างก็พากันเข้าไปในเฟซบุ๊ควอลเลย์บอล "เจริญพร" ผช.โค๊ชท่านนี้กันอย่างกราดเกรี้ยว อันที่จริงแล้วเด็กๆ เหล่านี้เพิ่งจะอายุ 14-17 ปีเท่านั้น ต่างพากันเดินทางออกมาห่างบ้านเกิดเมืองนอน ห่างจากครอบครัว ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ การใช้คำพูดที่รุนแรงก้าวร้าวเช่นนี้ไม่สมควรจะเกิดขึ้นมาเด็ดขาด และเกิดขึ้นแบบไม่แคร์ผู้ใดเลย แม้จะรู้ตัวว่าเสียงทุกเสียง คำพูดทุกคำพูดของตนจะได้รับการถ่ายทอดออกอากาศแบบสดๆ ข้ามทวีปมายังผู้ชมนับล้านในบ้านเกิดเมืองนอน "ให้ได้ยินถึงหูของพ่อแม่เด็กเหล่านั้นทุกคน" 

บอกตรงๆ ว่าเศร้าใจครับ 
ควรจะยื่นใบลาออก
แล้วไปสมัครคุมซ่องแถวบ้านดีกว่านะ 
เหมาะสมที่สุด

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2558

มองข้ามน้ำ


น่าจะเป็นเวลานานกว่าสามปีแล้วที่หลานสาวคนนี้ไปอาศัยอยู่ที่ประเทศฟินแลนด์ และเป็นช่วงเวลาที่เริ่มต้นเข้ารับการศึกษาในระดับอนุบาลพร้อมๆ กับเด็กๆ เจ้าของภาษา ทำให้หลานอั้มมีโอกาสได้เริ่มเรียนรู้ภาษาท้องถิ่นและภาษาอังกฤษไปพร้อมๆ กับเจ้าของภาษา ถึงแม้จะเสียเปรียบในด้านทักษะพื้นฐานทางครอบครัว แต่ก็ถือว่าเป็นช่วงที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการศึกษาภาษาของประเทศที่ตนไปอยู่อาศัยพร้อมกันกับเด็กคนอื่นๆ เช่นกัน ทำให้หลานอั้มในวันนี้พูดภาษาฟินแลนด์ได้ดีพอๆ กับเด็กเจ้าของภาษาเอง แต่กลับจะคุยภาษาไทยกันไม่รู้เรื่องล่ะ


สิ่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นวัฒนธรรมที่เก่าแก่ของโลกก็คือ การถ่ายทอดวิชาการ ความรู้ต่างๆ จากบรรพบุรุษสืบทอดกันต่อมาในรุ่นลูกหลาน ซึ่งฟินแลนด์ก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่เช่นที่ว่านี้เหมือนกับชาวนอร์เวย์ สวีเดน หรือประเทศทางแถบยุโรปส่วนมากเขากระทำกัน ส่วนทวีปเอเซียนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะเราเคารพนับถือบรรพบุรุษมาเป็นลำดับแรกอยู่แล้ว เด็กรุ่นลูกหล่นจะได้รับการอบรมสั่งสอนสืบต่อกันมาอย่างรอบคอบในทุกเรื่องราวจากผู้หลักผู้ใหญ่ด้วยความเอาใจใส่ และหลานอั้มก็โชคดีที่มีคุณย่าใจดี หาเวลาว่างมาสั่งสอนให้หลานได้หัดทำขนม เรียนรู้วิธีการประกอบอาหารตามแบบของคนฟินแลนด์ขนานแท้และดั้งเดิมไม่ขาดระยะ พอพูดถึงเรื่องนี้ก็อยากจะพูดเลยไปอีกนิดว่าประเทศที่ยิ่งใหญ่คับฟ้าบางประเทศน่ะ นอกจากจะไม่มีวัฒนธรรมเป็นของตัวเองแล้ว ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของประเทศก็ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของผู้อื่นตลอดมาจนถึงทุกวันนี้


เป็นที่ยอมรับกันดีอยู่แล้วถึงระบบการศึกษาในประเทศฟินแลนด์ว่ามีความเป็นเลิศอยู่แล้ว ซึ่งหมายถึงอุปกรณ์การช่วยสอน เพิ่มทักษะในการเรียนรู้ต่างๆ สนามเด็กเล่นมีอยู่เกลื่อนกลาดทั่วไปทั้งเมืองตามนโยบายหลักของรัฐบาล และก็ตามนโยบายของผู้บริหารท้องถิ่นรวมถึงเป็นความประสงค์ของคนในประเทศนี้อยู่แล้ว ที่ให้ความสำคัญกับเด็กเป็นอันดับแรก ไม่เหมือนกับบ้านเราที่มองเด็กเป็นเด็กอยู่นั่นแหละ ไอ้นั่นก็ไม่ดี ไอ้นี่ก็ไม่ได้ ทุกอย่างต้องอยู่ในกรอบ ประเทศชาติมันถึงต้องย่ำเท้าอยู่กับกองน้ำลายคนแก่อยู่อย่างนี้


สวนสนุกของท้องถิ่น


สวนสนุกของท้องถิ่น


สวนสนุกของท้องถิ่น


ตามธรรมเนียมประเพณีของชาติเก่าแก่ทุกประเทศ การรวมกลุ่มพบปะระหว่างคนในครอบครัวมักจะเป็นสิ่งที่กระทำกันอย่างต่อเนื่องเสมอมา เป็นการประสานความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งของครอบครัวให้มีความสัมพันธ์ที่ยาวนานมั่นคงมากขึ้น เป็นความอบอุ่นของเด็กและผู้สูงอายุที่มองเห็นถึงความผูกพันระหว่างกันและกัน แต่สถานการณ์เช่นนี้อาจจะไม่ได้พบเห็นในบ้านหลังใหญ่ๆ นะครับ  ส่วนมากจะไปปรากฏให้เห็นตามบ้านนอกฝาบ้านพังๆ หลังคาผุๆ แปลกดีเหมือนกัน


ว่ายน้ำเล่นอย่างปลอดภัยที่ชายหาด


หลานอั้มถ่ายกับเพื่อนซี้ชาวฟินแลนด์


คุณย่าสอนทำขนมเค็กวันเกิดด้วยตัวเอง


ร่วมงานของโรงเรียน


ร่วมงานของโรงเรียน


กับป๊ะป๋า มร.จูฮา ไกโนเวน


สายตาจับจ้องมองหาเครื่องเล่น ป๊ะป๋าก็เฝ้าดูใกล้ชิด


สามพ่อแม่ลูกกับการพักผ่อนของครอบครัว
กำลังปรึกษาหารือวางแผนการเดินทาง


"บ้านแสนสุข"
ชีวิตเรา...ก็เท่านี้

ประสบการณ์ของชีวิตที่ผ่านมาจนถึงวันนี้สอนให้รู้ว่า ความสุขของชีวิตน่ะหาได้ไม่ยาก อันดับแรก ต้องเข้าใจให้ได้ว่าความสุขนั้นเกิดจากใจ ทุกอย่างเกิดจากส่วนลึกภายในความรู้สึกและอารมณ์ของตัวเราเอง ความสุขที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากทรัพย์สินเงินทองที่เรามีอยู่ ไม่ได้เกิดจากบ้านเรือนหลังใหญ่ที่เราอาศัยอยู่ ไม่ได้เกิดจากรสชาติของอาหารที่เราคิดว่าอร่อยเอร็ดดีเลิศเหลือหลายที่เรากินเข้าไป ไม่ได้เกิดจากคำสรรเสริญเยินยอหรือยกย่องจากผู้คนรอบข้างแต่อย่างใด 

แต่ความสุขนั้นเกิดขึ้นได้อย่างมั่นคงในใจเรา หากเรารู้จักกับคำว่า พอเพียง รู้จักพอใจในสิ่งที่เรามีอยู่ มีหลังคาบ้านพอเพียงที่จะหลบฝน มีอาหารพอกินให้หายหิว มีครอบครัวที่อบอุ่นรักใคร่ ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งกันและกันยามคับขัน ให้คำปลอบใจซึ่งกันและกันในยามที่เราท้อแท้ ให้ความคุ้มครองปกป้องซึ่งกันและกันต่ออุปสรรคของชีวิตที่พบพาน

ที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่กล่าวโทษซึ่งกันและกัน

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2558

บริการสาธารณะ


บริการสาธารณะ (Public service) หมายถึง บริการที่นิติบุคคลในกฎหมายมหาชน เช่น ฝ่ายปกครองจัดให้มีเพื่อตอบสนองความต้องการอันเป็นประโยชน์ของสังคมและปัจเจกชนของสังคม ตัวอย่างบริการสาธารณะ อาทิ การจัดให้มีทหาร ตำรวจ ตำรวจดับเพลิง การสร้างสาธารณูปโภค เช่น ถนน ไฟฟ้า ประปาโทรศัพท์ เป็นต้น

สำหรับประเทศไทยในพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ได้จัดแบ่งกรอบการให้บริการสาธารณะออกเป็น 6 ด้าน ได้แก่

  1. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
  2. ด้านงานส่งเสริมคุณภาพชีวิต
  3. ด้านการจัดระเบียบชุมชน สังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย
  4. ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุน พาณิชยกรรมและการท่องเที่ยว
  5. ด้านการบริหารจัดการ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม
  6. ด้านศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น
วันนี้ขอพูดพาดพิงไปถึงเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นซึ่งก็เป็นเพียงหัวข้อย่อยจากเรื่องย่อยตามความเห็นของผู้บริหาร นั่นคือการจัดการด้านโครงสร้างพื้นฐานของชุมชน ซึ่งผู้นำชุมชนส่วนมากจะนำไปเป็นหัวข้อสำคัญในการนำเสนอต่อประชาชนในท้องถิ่นของตนเมื่อจะมีการเลือกตั้ง เพราะหากจะว่ากล่าวพาดพิงไปถึงเรื่องที่ใหญ่โตเกินไปจากมือที่เอื้อมไม่ถึงของชาวบ้าน การหาเสียงก็ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง ดังนั้น การนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องของปากท้อง ความเป็นอยู่ ของชาวบ้านจึงเป็นสิ่งที่มีส่วนสำคัญในการชักจูงให้ผู้คนพากันมาลงคะแนนเสียงให้

บริการสาธารณะในชุมชนจึงเป็นหัวข้อสำคัญอย่างหนึ่งที่มีผู้นำเสนอทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง การ "ให้สัญญา" ว่าจะมีการสร้างถนนเป็น ค.ส.ล.ตลอดทั่วทั้งหมู่บ้านและตำบล คือประเด็นหลัก ตามมาด้วยการจัดการขุดสร้างทางระบายน้ำภายในหมู่บ้าน การจัดการกับขยะมูลฝอย การจัดการเพิ่มแสงสว่างภายในชุมชนเพื่อประโยชน์ในด้านความปลอดภัยของทรัพย์สิน การปรับปรุงบริการด้านน้ำประปาภายในหมู่บ้านให้มีความสะอาดมากขึ้น เรื่องเหล่านี้ให้ประโยชน์กับชาวบ้านเป็นลำดับแรก ส่วนโครงการที่ใหญ่ขึ้น เช่น โครงการสร้างเสริมเศรษฐกิจชุมชนระดับหมู่บ้าน ตำบล โครงการเงินกู้สารพัดอย่างทีได้รับมาจากภาครัฐ(ซึ่งส่วนมากให้ประโยชน์ในการกู้เงินเพื่อหวังผลกำไรจากดอกเบี้ยเท่านั้น)

และสิ่งที่ได้มาจากโครงการเงินกู้เหล่านั้นก็คือจำนวนของยานพาหนะที่เพิ่มมากขึ้นทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ บางบ้านก็มีมากกว่า 1 คัน บางบ้านก็มีมากกว่า 2 คัน และบางบ้านก็มีถึง 5-6 คัน "ประชาชนส่วนมากพึงพอใจที่จะสร้างฐานะของตนเองให้เหนือกว่าเพื่อนบ้านจากความเป็นเจ้าของรถยนต์คันหนึ่งมากกว่าที่จะพิจารณาถึงประโยชน์ในการใช้สอยที่ได้รับ เทียบกับค่าใช้จ่ายที่จะต้องหมดสิ้นไป" และบ่อยครั้งที่รถจักรยานยนต์กลับกลายเป็นพูตมรณะที่มาพรากชีวิตของลูกหลายวัยรุ่นของพวกตนไป ทั้งนี้เกิดขึ้นมาจากความเห่อเหิมฟุ้งเฟ้อในสิ่งที่ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงหากนำมาเทียบกับความสูญเสียที่ได้รับกลับคืนมา

ผมเคยพูดถึงบริการรถประจำทางสาธารณะที่เกิดขึ้นจากการประมูลเส้นทางของเอกชนในการจัดให้มีรถยนต์โดยสารประจำทางในความควบคุมกำกับดูแลของกรมขนส่งทางบก ซึ่งในทุกวันนี้แทบไม่มีให้เห็นอีกเลยบนเส้นทางหลวงแผ่นดิน เพราะในหลายเส้นทางมันแปรเปลี่ยนสภาพไปเป็นเส้นทางวิ่งของรถยนต์ตู้ที่มีความจุผู้โดยสารเพียง 12 คนและใช้ความเร็วสูงในการสัญจรไปมา จนบ่อยครั้งที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุประสบความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

จึงเป็นที่แน่นอนแล้วว่ารถยนต์โดยสารประจำทางขนาดใหญ่จึงจะมีให้บริการเฉพาะตัวเมืองขนาดใหญ่ที่มีจำนวนผู้โดยสารมากเพียงพอที่จะทำให้กิจการของตนมีกำไรอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับหมู่บ้านในชนบทหรือในพื้นที่ที่ห่างจากเส้นทางหลวงแผ่นดินก็คงจะต้องหาวิธีการต่างๆ ด้วยตนเอง หากต้องการที่จะเดินทางมาขึ้นรถยนต์ประจำทางเดินทางไปยังพื้นที่ห่างไกล


ทำไมในจุดนี้ องค์การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นจึงไม่นำมาพิจารณาหาทางแก้ไขให้กับชุมชนของตนด้วยการจัดทำบริการสาธาณธด้านการขนส่งด้วยการจัดหารถยนต์มาสักคันหนึ่งหรือสองคันเพื่อนำมาใช้รับส่งประชาชนในหมู่บ้านหรือตำบลไปยังสถานีขนส่งที่ใกล้เคียงที่สุดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้คนในชุมชนของตนลงบ้างและยังเป็นการหารายได้อีกทางหนึ่งด้วย เมื่อพิจารณาจากผู้คนมากมายที่ได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องนี้ เช่น การเดินทางไปติดต่อหน่วยงานราชการ การเดินทางไปโรงพยาบาลของรัฐ การเดินทางไปยังสถานีขนส่งของอำเภอเพื่อเดินทางต่อไปยังต่างจังหวัด  การจัดบริการนำเที่ยวสถานที่สำคัญภายในชุมชน หรือเพื่อให้บริการกับนักเรียนที่จำเป็นต้องเดินทางไปศึกษาในโรงเรียนที่ห่างไกลต่างพื้นที่เป็นประจำ

สาเหตุสำคัญก็คือ บรรดาผู้คนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในระหว่างทางที่รถยนต์โดยสารขนาดใหญ่วิ่งผ่านนั้น ไม่มีรถคันไหนอยากจะจอดรับผู้โดยสารที่เดินทางระยะใกล้ๆ นัยว่าไม่คุ้มค่าสึกหรอของเบรค และเกือบทุกคันจะใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 80 กม./ชม.เมื่อผ่านชุมชนตามบ้านนอก การจะหยุดรถจอดรับจึงเป็นเรื่องสุดวิสัยและไม่มีคันไหนที่มีความคิดจะจอดรับ

พอไปคุยเรื่องนี้กับเพื่อนบ้านที่มีรถยนต์ก็เปรยออกมาว่าเพราะเหตุนี้เองจึงต้องไปซื้อรถยนต์มาเป็นของตัวเองเพื่อไว้ใช้งานกรณีที่มีเหตุจำเป็นต้องเดินทางไปไหนมาไหน ผมรับฟังไว้เท่านั้นครับแต่ไม่ได้เห็นพ้องด้วย เพราะเพื่อนบ้านผมท่านนี้มีรถยนต์ที่ซื้อมาใหม่ป้ายแดง โดยกู้เงินหมู่บ้านไปวางเงินดาวน์ราคาต่ำ และต้องชำระเงินผ่อนส่งค่ารถเป็นรายเดือนที่บริษัทรถยนต์และต้องผ่อนชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยที่กองทุนหมู่บ้าน ในขณะที่ตนเองมีรายได้จากการทำนาปีละ 2 ครั้ง ปกติก็ต้องรบรากับค่าเช่ารถไถนา ค่าปุ๋ย ค่ายาปราบศัตรูพืช จนหลังแอ่นมาทุกปีอยู่แล้ว จนถึงทุกวันนี้ผมยังนึกไม่ออกเลยว่ารถยนต์ที่เค้าซื้อมาน่ะมันช่วยเหลืออะไรเค้าได้บ้างนอกจากสร้างหนี้แบบถาวรต่อไปอีกนานแสนนาน ทั้งค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง ค่าภาษี ค่าประกันภัย

คนบางคนซื้อรถยนต์มาเพื่อใช้ประโยชน์ในการขนส่งสินค้ามาจำหน่ายหมุนเวียนแทบทุกวัน ทำให้มีรายได้งอกเงยเพียงพอที่จะชำระค่าผ่อนส่งรายเดือนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ  ซึ่งจะต้องทำเป็นประจำโดยไม่ย่อท้อ เพื่อที่จะทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากสภาพของลูกหนี้โดยเร็วที่สุด 

นั่นคือการมีและใช้รถยนต์ด้วยสติและปัญญา

ไม่ใช่เพียงเพื่อยกระดับหน้าตาตนเองในสังคมของชุมชนเล็กๆ 

เหมือนกบในกะลา


วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เรี่ยวแรงที่อ่อนล้า



ภาพนี้ถ่ายเมื่อ 3 ปีที่แล้วก่อนที่จะเริ่มลุยถากถางจนเหลือแต่พื้นดิน แต่เมื่อวานนี้มันกลับไปมีสภาพเหมือนในรูปอีกครั้งหนึ่งจึงต้องแบกจอบออกไปยืนดูพักใหญ่ก่อนที่จะแบกจอบกลับมาไว้ที่เดิม เพราะรู้สึกอ่อนล้าทั้งจิตใจและสังขาร นี่อาจจะเป็นเพราะยึดอาชีพรับราชการเป็นหลักมานาน พอมาเจองานที่ต้องใช้เรี่ยวแรงและเหงื่อมาเป็นตัวช่วยมันก็เลยออกอาการท้อแท้ในบางหน แต่รับรองได้ว่าขอเวลาซักสองสามวันจะกลับออกไปอีกหน คราวนี้จะไม่มีการยั้งมือล่ะ มันจะต้องกลับไปเหลือแต่พื้นดินที่ปราศจากวัชพืชอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน แต่วันนี้บอกตรงๆ ว่าขี้เกียจจริงๆ

พื้นที่กว่าสามไร่ของบ้านสร้างงานให้กับสองมือไม่มีที่สิ้นสุด พอหน้าบ้านเกลี้ยงเกลาก็ต้องมีภาระย้อนกลับไปกวาดล้างที่หลังบ้าน จากนั้นก็จะย้อนวงจรกลับมาที่หน้าบ้าน ข้างบ้านไม่มีที่สิ้นสุด จนกว่าพื้นที่เหล่านั้นจะมีกิจกรรมที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น เช่น บางพื้นที่เริ่มปลูกไม้ยืนต้นลงไว้เป็นระยะๆ โดยมีมะขามยักษ์เป็นตัวชูโรงเพราะหว่านเมล็ดทิ้งไว้มากมายจนเติบโตเป็นกลุ่มๆ เหมาะแก่การเคลื่อนย้ายไปปักหลักในสถานที่ที่เหมาะสม ส่วนพื้นที่ป่าย่อมๆ บริเวณข้างบ้านส่วนมากก็จะปล่อยให้เติบโตไปเรื่อยๆ เนื่องจากมีทั้งผักโขมจีนต้นโตๆ ต้นขี้เหล็กอ่อนๆ ต้นแค ต้นยอ ต้นหนาด ขึ้นปะปนอยู่กับพวกหญ้านานาชนิด ซึ่งจะต้องค่อยๆ ทำลายต้นตอลงไปทีละส่วนอย่างเป็นระบบ

พื้นที่หน้าบ้านได้กำหนดไว้แล้วว่าส่วนใหญ่จะปลูกไม้ดอก ไม้ประดับ ซึ่งไม่มีความสูงมากนัก ยกเว้นหมากนวลที่ปลูกไว้เป็นกลุ่มๆ มากมายหลายสิบต้น กับกลุ่มต้นราชพฤกษ์ที่กำลังเติบโตนับสิบต้นจนมองดูเขียวชอุ่มไปหมดและจะเหลืองอร่ามไปหมดเมื่อเข้าเดือนมีนาคม-เมษายน ของทุกปี โดยมีเฟื่องฟ้าอีกสามกอที่จะเป็นพุ่มออกดอกแข่งกันตลอดปีทั้งขาว-ขาวอมชมพู-ส้ม-แสดและแดง ส่วนอีกด้านก็จะมีชงโคซึ่งออกดอกตลอดปีอีกสองต้น ส่วนชวนชมกับโป๊ยเซียนตอนนี้มีแต่ที่กำลังเติบโตอยู่ในกระถางเท่านั้น ยังมองหาที่เหมาะสมบนพื้นดินไม่ได้ แต่มะลิซ้อนสองต้นก็ยังมีแทรกปะปนอยู่กับพวกพ้องบ้าง สำหรับไม้ใบนานาพันธุ์ก็ยังคงเติบโตอย่างเป็นระบบในที่ที่กำหนด ความสวยงามของก้าน ใบ อันเป็นจุดเด่นก็ยังมีความสวยงามตามแบบฉบับของตัวเอง

เมื่อวานนี้ได้รับว่านรางจืดมาจากเพื่อนทางใต้ "หมวดกิจจา" จาก จ.ตรัง ซึ่งเพื่อนก็ส่งมาให้ทั้งรากเหง้าที่ตากแห้งพร้อมใช้งาน กับต้นกล้าที่พร้อมจะนำมาปลูกแพร่ขยายพันธุ์อีกต่อไปหลายต้น"รางจืด" นับเป็นว่านที่ผู้คนเสาะแสวงหากันมากมายเพราะประโยชน์ในการแก้พิษมากมาย แต่ส่วนมากคอสุราชอบนำไปทำลายงานเลี้ยงให้ล่มจมเพราะสรรพคุณในการทำให้เหล้ากลายเป็นน้ำ เข้างานไหน เจ้าภาพได้หมดเหล้าไม่รู้กี่ใหต่อกี่ให แต่แถวบ้านผมคุ้นเคยในการแก้พิษของยาสั่งที่ยังคงมีอยู่ประปราย แล้วก็แก้พิษที่เกิดจากสารเคมีระดับชาวบ้าน เช่นยาเบื่อหนู ยาฆ่าหญ้า ที่ใครเผลอกินเข้าไปหรือถูกใครกรอกปากเข้าให้ ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนมากๆ เลยที่ช่วยสนับสนุนสมุนไพรไทยไม่ให้สูญหายไปหมดจากโลกนี้ หรือใครมีอะไรใหม่ๆ อยากให้ผมช่วยเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ก็ยินดีต้อนรับครับ

การเมืองบ้านเราในวันนี้ ผมขอไม่พูดถึงครับ เพราะอาจจะทำให้อดกินน้ำพริกโดยไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากอำนาจเผด็จการนั้นไม่มีวันสูญหายไปจากบ้านเรา ทุกอย่างมันเริ่มมาจากการก่อกำเนิดของอิทธิพลในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ ซึ่งมันเพียงแต่รูปแบบไปเท่านั้น แต่บ้านของเรายังคงจมปลักอยู่กับมันตลอดมา 

สังคมที่ไร้จริยธรรม 
สังคมที่ไร้ความยุติธรรม 
สังคมที่ไม่มีความเสมอภาค 
สังคมที่มีแต่ระบบอุปถัมภ์ 
สังคมที่มีแต่คำว่าพวกพ้องของกู 
สังคมที่มีแต่เสียงของคนรวย 

นี่แหละครับบ้านของเรา
เท่าที่ผมมองเห็นด้วยสองตาของตัวเอง
และได้ยินมากับสองหูของตัวเอง 

แต่ในพื้นที่บ้านของผมปราศจากสิ่งเหล่านั้นอย่างเด็ดขาด
และผมก็ไม่ต้อนรับสิ่งเหล่านั้น
ให้เข้ามารกสมองของผมแน่นอน

วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2558

ก้าวทันโลก


เทคโนโลยี่และวิวัฒนาการสมัยใหม่สร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นมากมาย แน่นอนว่าท่ามกลางสิ่งที่ดีเหล่านั้นย่อมมีสิ่งที่ไม่ดีแอบแฝงอยู่อีกมากมายเช่นเดียวกัน ซึ่งบ่งบอกได้ชัดเจนแล้วว่านี่คือทางแยกของทางเลือก สำหรับผู้คนที่ต่างความคิดต่างจิตใจ มันจะเป็นจุดที่แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้คนในสังคมว่าปราถนาสิ่งใดระหว่างความถูกต้องสักครั้งหนึ่งในชีวิต และความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ตนเองจะเป็นผู้กำหนดเองโดยเจตนา โดยส่วนตัวแล้วอาศัยเทคโนโลยี่ในการค้นคว้าหาความรู้เท่านั้นเอง การใช้ Hi5 Line Facebook Blogger ตลอดจนสื่อออนไลน์ต่างๆ ก็เพื่อการศึกษา ไม่เคยนำไปใช้ประโยชน์เหมือนกับที่กลุ่มคนยุคใหม่เค้าทำกัน มาถึงวันนี้การคลุกคลีกับกูเกิ้ลมานานทำให้เห็นถึงวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยี่สารสนเทศว่าก้าวไกลไปมากขึ้นทุกขณะ วันนี้เราสามารถเดินเท้าเข้าไปสำรวจได้ทางภาคพื้นดินในบางพื้นที่อย่างทั่วถึง เช่นภาพข้างบนนี่เป็นบ้านเลขที่ 214 หมู่ 3 บ้านวังยาว ซึ่งค้นหาได้จากโปรแกรมกูเกิ้ลเอิร์ทด้วยตัวเอง แม้จะเป็นภาพย้อนหลังไปถึง 2 ปีก็ตาม

การได้มองเห็นบ้านและที่ดินของตัวเองอย่างชัดเจนในรูปแบบสามมิติบนคอมพิวเตอร์ทำให้ยืนยันได้ถึงอนาคตของเทคโนโลยี่ว่าจะก้าวไปไกลจนเกินฝันของใครบางคนอย่างแน่นอนในวันหนึ่งข้างหน้า เราสามารถที่จะเดินทางไปยังสถานที่ที่เรายังไม่เคยไปได้อย่างไม่ผิดพลาดด้วยการกำหนดพื้นที่จากจุดเริ่มต้นและที่หมายปลายทาง เพียงเท่านี้เราก็สามารถออกเดินทางไปตามเส้นทางที่ถูกต้องได้ทันที สามารถรู้ถึงระยะทาง ระยะเวลา ที่จะต้องใช้โดยไม่ผิดพลาด นี่คือข้อดีของเทคโนโลยี่นี้ นี่ยังไม่ได้พูดถึงระบบจีพีเอสที่มีความแม่นยำมากขึ้นซึ่งกำลังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน

เป็นที่น่าแปลกใจที่พบว่า วิวัฒนาการที่ก้าวไกลมีอัตราส่วนผกผันกับความก้าวหน้าของศีลธรรมในสังคม ผู้คนยุคใหม่ที่หลงไหลในความสุขสบายต่างชื่นชมยินดีกับความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุจนลืมเลือนถึงสภาพทางจิตใจของตนเอง ภาพเด็กชายหญิงวัยไม่เกิน 10 ปีถือโทรศัพท์มือถือปรากฏให้เห็นอยู่ทุกหัวระแหง แม้แต่ในชนบทที่ยากไร้ บางครอบครัวต้องประกอบอาชีพกรรมกรรับจ้างทำงานหาเช้ากินค่ำ บ้านหลังเก่าซอมซ่อก็ยังมีโทรศัพท์มือถือใช้ แม้จะไม่ได้รับประโยชน์จากมันอย่างเต็มความสามารถก็ตาม แต่การอ้างถึงความสะดวกสะบายในการติดต่อสื่อสารกับเพื่อนฝูงญาติมิตรคงจะพอรับฟังได้เช่นกัน แต่ไม่ใช่ในแง่ของความคุ้มค่า

เช่นเดียวกับบางครอบครัวที่ดิ้นรนขายที่นาบางส่วนเพื่อนำไปวางเงินดาวน์ในการซื้อหารถยนต์สักคันหนึ่งโดยไม่ได้คำนึงถึงความจำเป็นที่แท้จริงของตนหรือพิจารณาถึงรายได้รายจ่ายที่จะติดตามมาในภายหลัง แต่มักจะคิดถึงหน้าตาของตนมากกว่าจะคิดถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับ

ความเท่าเทียมกันที่ถูกมองเมาทางความคิดให้มีความเชื่อมาอย่างต่อเนื่องตามระบอบประชาธิปไตยทำให้ผู้คนเหล่านี้พยายามทุกวิถีทางที่จะผลักดันตนเองขึ้นไปอยู่ในกลุ่มคนชั้นกลางหรือกลุ่มคนชั้นสูงที่มีฐานะทางการเงินดีอยู่แล้ว ทั้งจากอำนาจทางการเมือง ทั้งจากอำนาจอิทธิพลทางการค้า มุ่งหวังจะยกระดับฐานะของตนเองขึ้นมาโดยไม่ได้คำนึงถึงรากฐานของตนเองว่ามีความมั่นคงเพียงใดในสถานะที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้

สังคมเราจึงพบเห็นคนที่ไร้การศึกษาสามารถซื้อหาใบรับรองความรู้ได้ทุกระดับจากตลาดและบุคคลเหล่านี้ก็ร่วมกันอุ้มชู เกื้อหนุนผลักดันซึ่งกันและกัน จูงมือกันเดินผ่านเส้นทางทางการเมืองก้าวขึ้นมาสู่ชนชั้นระดับผู้บริหารปกครองประเทศในตำแหน่งต่างๆ  จากนั้นพวกมันจึงเริ่มกอบโกย แสวงหาผลประโยชน์อย่างมูมมามตามสันดานเดิมที่ไร้จริยธรรมมาแต่แรกเริ่มแล้ว บางครั้งบางหนก็มีความขัดแย้งกันในเรื่องของผลประโยชน์จนถึงขั้นลงมือสังหารฝ่ายตรงข้ามโดยไม่มีความลังเลเกิดขึ้นแม้แต่น้อย จากนั้นก็จะพยายามใช้อำนาจที่มีอยู่ดำรงรักษาสถานะของตนเองไว้ให้มั่นคงด้วยการเกื้อหนุนค้ำจุนผู้มีอำนาจอิทธิพลในด้านการเมือง การทหาร และนายทุนที่ไม่ประสงค์จะออกนาม ซึ่งมีอยู่มากมายในสังคมไทย





วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2557

คิดถึงหลานสาว


เมื่อตอนเริ่มจัดระเบียบพื้นที่บ้านใหม่ๆ ด้วยการปลูกต้นไม้ใหญ่ลงผิวดินและปลูกไม้ประดับลงกระถาง จากนั้นก็โยกย้ายจากจุดนั้นไปจุดนี้ จากจุดนี้ไปอยู่ตรงโน้น มีทั้งวางต่ำติดดิน มีทั้งที่ต้องยกซ้อนสูงขึน ออกแรงกันทุกวี่ทุกวัน แต่ก็สนุกดีที่มีเวลาพักผ่อนจิตใจไปกับธรรมชาติ และช่วงเวลานั้นก็มีอยู่เกือบ 3 ปีที่มีหลานสาวตัวน้อยๆ เข้ามาช่วยขัดแข้งขัดขาไปพร้อมๆ กัน เนื่องจากคุณป้าของเค้าไม่ค่อยจะมีเวลาว่างให้มากนัก "ยายหนูอั้ม" เลยต้องลงมาขลุกอยู่กับลุงบนพื้นดินนี่แหละเป็นการออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อไปในตัว และมีส่วนช่วยในการกล่อมเกลาจิตใจให้รักธรรมชาติไปด้วย วันต่อไปข้างหน้าจะได้มีจิตใจที่อ่อนโยน มีเมตตา รู้จักคำว่า "การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน" 


แต่ก็มีเวลาสดใสกับหลานสาวได้ไม่เท่าไหร่ "ยายหนูอั้ม" ก็มีวาสนาได้ไปเข้าไปศึกษาเล่าเรียนที่ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่  "มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก" และก็เริ่มต้นจากการศึกษาภาษาฟินแลนด์ก่อนเป็นลำดับแรกเพื่อให้สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมชั้น  รวมถึงสภาพแวดล้อมอื่นๆ ทั้งภูมิประเทศที่มีทิวทัศน์สวยงาม การวางระบบผังเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อย ด้านภูมิอากาศก็ปลอดโปร่งโล่งสบาย และต้องเริ่มต้นการศึกษาตามระบบการเรียนการสอนที่เป็นเลิศตามลำดับขั้น  เอาเป็นว่า โอกาสต่อไปจะมาเล่าให้ฟังถึงประเทศนี้กันอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง


ตามปกติบ้านหลังนี้จะมีแต่ลุงกับป้าเท่านั้นเองที่อยู่บ้าน แต่อันที่จริงแล้วน่าจะพูดได้ว่ามีลุงอนู่ประจำคนเดียว เพราะป้าเค้ามีธุระยุ่งต้องไปโน่นมานี่ตลอดเวลา บางทีไปจนถึงบ่ายโมงของอีกวันก็ยังไม่กลับบ้านเลย ภาระในการดูแลยายอั้มจึงตกเป็นของลุงไปโดยอัตโนมัติ ทั้งอาหาร อาบน้ำ แต่งตัว ร้องเพลงกล่อมเวลานอน เป็นอย่างนี้ทุกวันตลอดมา ซึ่งในช่วงเวลากลางวันส่วนมากก็จะเปิดการ์ตูนให้ดูไป จนถึงช่วงบ่ายแดดอ่อนแล้วจึงจะพาหลานลงไปขลุกอยู่กับการปลูกต้นไม้ รดน้ำต้นไม้ หรือเดินชมวิวทั่วบริเวณพื้นที่ 3 ไร่ของบ้าน


ยายหนูอั้มออกจะเป็นเด็กที่โกรธง่าย ใจน้อย แต่กลับเลี้ยงง่าย กินง่าย ไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องอื่นๆ มีทักษะในการเรียนรู้เป็นเลิศ อันเป็นคุณักษณะเด่นประการหนึ่งของเด็กๆ ในยุคนี้ การที่ยายอั้มได้ไปศึกษาในประเทศฟินแลนด์ จึงเป็นบันไดสำคัญในการพัฒนาขีดความรู้ของเค้าให้ก้าวไกลมากยิ่งขึ้น เพียงแต่ต้องอดทนฝ่าฟันในการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศนี้ให้ดีเท่านั้นเอง แน่ล่ะ ว่าก้าวเดินต่อไปนี้ คุณแม่ยุ้ยของน้องอั้มเป็นตัวจักรสำคัญที่จะต้องช่วยส่งเสริม ประคับประคองให้น้องอั้มผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย ความอดทนที่สูงเยี่ยมของคุณแม่ยุ้ยเท่านั้นที่เป็นกุญแจสำคัญในเรื่องนี้ที่จะสร้างความสำเร็จให้ลูกสาวคนเดียวคนนี้ได้


วิวัฒนาการและเทคโนโลยี่สามารถบีบโลกให้เล็กลงมาอยู่ในกำมือของเรา พื้นที่ที่ห่างไกลเพียงใดก็เหมือนกับเป็นพื้นที่ข้างเคียงกันนี่เอง 

เอาไว้วันข้างหน้าเราจะมาคุยกันเกี่ยวกับ Mr.Juha Kaivonen ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันหลานสาวให้เข้าไปสู่ระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก และมีอนาคตที่ดีรออยู่อย่างมั่นคงในประเทศที่มีภูมิทัศน์สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

แม้แต่เหล้าก็ยังหอมหวานสุดยอด