บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ต้นไม้ใบหญ้า

เรี่ยวแรงที่อ่อนล้า

รูปภาพ
ภาพนี้ถ่ายเมื่อ 3 ปีที่แล้วก่อนที่จะเริ่มลุยถากถางจนเหลือแต่พื้นดิน แต่เมื่อวานนี้มันกลับไปมีสภาพเหมือนในรูปอีกครั้งหนึ่งจึงต้องแบกจอบออกไปยืนดูพักใหญ่ก่อนที่จะแบกจอบกลับมาไว้ที่เดิม เพราะรู้สึกอ่อนล้าทั้งจิตใจและสังขาร นี่อาจจะเป็นเพราะยึดอาชีพรับราชการเป็นหลักมานาน พอมาเจองานที่ต้องใช้เรี่ยวแรงและเหงื่อมาเป็นตัวช่วยมันก็เลยออกอาการท้อแท้ในบางหน แต่รับรองได้ว่าขอเวลาซักสองสามวันจะกลับออกไปอีกหน คราวนี้จะไม่มีการยั้งมือล่ะ มันจะต้องกลับไปเหลือแต่พื้นดินที่ปราศจากวัชพืชอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน แต่วันนี้บอกตรงๆ ว่าขี้เกียจจริงๆ พื้นที่กว่าสามไร่ของบ้านสร้างงานให้กับสองมือไม่มีที่สิ้นสุด พอหน้าบ้านเกลี้ยงเกลาก็ต้องมีภาระย้อนกลับไปกวาดล้างที่หลังบ้าน จากนั้นก็จะย้อนวงจรกลับมาที่หน้าบ้าน ข้างบ้านไม่มีที่สิ้นสุด จนกว่าพื้นที่เหล่านั้นจะมีกิจกรรมที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น เช่น บางพื้นที่เริ่มปลูกไม้ยืนต้นลงไว้เป็นระยะๆ โดยมีมะขามยักษ์เป็นตัวชูโรงเพราะหว่านเมล็ดทิ้งไว้มากมายจนเติบโตเป็นกลุ่มๆ เหมาะแก่การเคลื่อนย้ายไปปักหลักในสถานที่ที่เหมาะสม ส่วนพื้นที่ป่าย่อมๆ บริเวณข้างบ้านส...

คิดถึงหลานสาว

รูปภาพ
เมื่อตอนเริ่มจัดระเบียบพื้นที่บ้านใหม่ๆ ด้วยการปลูกต้นไม้ใหญ่ลงผิวดินและปลูกไม้ประดับลงกระถาง จากนั้นก็โยกย้ายจากจุดนั้นไปจุดนี้ จากจุดนี้ไปอยู่ตรงโน้น มีทั้งวางต่ำติดดิน มีทั้งที่ต้องยกซ้อนสูงขึน ออกแรงกันทุกวี่ทุกวัน แต่ก็สนุกดีที่มีเวลาพักผ่อนจิตใจไปกับธรรมชาติ และช่วงเวลานั้นก็มีอยู่เกือบ 3 ปีที่มีหลานสาวตัวน้อยๆ เข้ามาช่วยขัดแข้งขัดขาไปพร้อมๆ กัน เนื่องจากคุณป้าของเค้าไม่ค่อยจะมีเวลาว่างให้มากนัก "ยายหนูอั้ม" เลยต้องลงมาขลุกอยู่กับลุงบนพื้นดินนี่แหละเป็นการออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อไปในตัว และมีส่วนช่วยในการกล่อมเกลาจิตใจให้รักธรรมชาติไปด้วย วันต่อไปข้างหน้าจะได้มีจิตใจที่อ่อนโยน มีเมตตา รู้จักคำว่า "การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน"  แต่ก็มีเวลาสดใสกับหลานสาวได้ไม่เท่าไหร่ "ยายหนูอั้ม" ก็มีวาสนาได้ไปเข้าไปศึกษาเล่าเรียนที่ประเทศฟินแลนด์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่  "มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก" และก็เริ่มต้นจากการศึกษาภาษาฟินแลนด์ก่อนเป็นลำดับแรกเพื่อให้สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมชั้น  รวมถึงสภาพแวดล้อมอื่นๆ ทั้งภูมิประเทศที่มีทิ...

อยู่อย่างสัตว์

รูปภาพ
ทั่วบริเวณโดยรอบพื้นที่ของบ้านในหลายปีที่ผ่านมา ได้พยายามปลูกต้นไม้ทั้งแบบยืนต้นสูงตระหง่านไปชั่วนาตาปี หรือแบบไม้ประดับกึ่งไม้ล้มๆ ลุกๆ ทั้งไม้มีดอก ไม้มีแต่ใบ ดังนั้นผลพลอยได้อย่างหนึ่งจากต้นไม้เหล่านี้ก็คือ รังนกนานาชนิดที่ปลูกสร้างกันอยู่ทั่วไปหมดเกือบจะทุกต้นทีเดียว ไม่เว้นแม้แต่หน้าต่างช่องระบายอากาศของห้องน้ำ ในฝ้าเพดานของตัวบ้าน นกส่วนมากจะเป็น นกกระจอก นกเอี้ยง และนกเขา นานๆ ทีก็มีนกพิราบจากวัดใกล้ๆ บ้านโฉบลงมากินน้ำในสระหลังบ้านแล้วก็โฉบขึ้นไปเกาะบนสันหลังคาเป็นทิวแถว จากนั้นก็ขี้รดหลังคาตามมารยาทที่ดีของมัน วันดีคืนนี้ก็ยังอุตส่าห์มีนกเป็ดน้ำหลงเปะปะมาแช่เย็นอยู่ในสระวันสองวันก่อนจะสาบสูญไป ชีวิตของสัตว์ทุกชีวิตในพื้นที่ของบ้าน มองๆ ดูแล้วก็รู้สึกได้ถึงความอิสระ ความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตของพวกมัน บางครั้งเดินผ่านๆ ไปเกือบจะเหยียบเอาลูกนกเขาที่กำลังหัดบิน บางครั้งเดินไปหยิบไม้ออกจากกองในโรงเก็บก็ตกใจแทบตายเพราะเจอจิ้งเหลนสะบัดหางหลอก นึกว่างู บางวันกำลังเขย่งขาเก็บลูกหว้ายักษ์ที่ปลูกไว้หลังบ้าน เจ้ากระรอกสองตัวมันวิ่งไล่เตะกันผ่านปลายจมูกไปอย่างไม่เกรงใจเจ้าของบ้าน สัญ...

ถึงวันหยุด ?

รูปภาพ
สิบกว่าปีมาแล้วที่ใช้ชีวิตอยู่บนเบาะรถคันนี้ในการเดินทางรวมระยะทางได้นับแสนกิโลเมตร ไม่ว่าจะร้อนแดด ทนสู้อากาศหนาวเย็นหรือจะฝ่าสายฝนกระหน่ำรุนแรงเพียงใด ชีวิตก็ยังคงปลอดภัยเสมอมา แม้ว่าบางครั้งบางหนจะเมาไปบ้างจนเผลอบิดเกินกว่า 130 ซึ่งก็เป็นนานๆ ครั้ง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะแคล้วคลาดจากอุบัติเหตุเสมอไปแม้ว่าจะใช้ความระมัดระวังจนถึงที่สุดแล้วก็ตาม แต่ทุกครั้งสาเหตุไม่ได้เกิดจากสภาพของรถที่ซื่อสัตย์เสมอมา และไม่ได้เกิดจากสภาพความพร้อมของคนขับขี่แต่อย่างใด แต่อุบัติิเหตุทั้ง 5 ครั้งเกิดจากเหตุสุดวิสัยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย เพราะความเร็วที่ใช้โดยเฉลี่ยประมาณ 80-100 กม./ชม.เท่านั้นเอง ครั้งที่ 1 รถไถนาชนิดเดินตามพ่วงด้วยกระบะท้ายบรรทุกอ้อยเต็มลำวิ่งอยู่บนถนนสายตรงไม่มีทางแยกซ้ายขวาให้เห็นเลยในระยะครึ่งกิโลเมตร พอตามหลังเข้าใกล้ระยะห่างประมาณ 20 เมตรจึงกดแตรขอทางแล้วแซงขวาขึ้นไปด้วยความเร็วประมาณ 80 กม./ชม. ปรากฎว่าผู้ขับขี่ได้หักหน้ารถเลี้ยวขวาขวางถนนอย่างกระทันหัน แล้วค่อยหันมามอง สรุปได้ว่าไม่มีทางที่จะพ้นจากการชนไปได้แน่นอนจึงตัดสินใจบิดคันเร่งพารถกระโจนลงจากถนนไปจอดอยู่กลางทุ่งน...

ผลตอบแทน

รูปภาพ
ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีกว่าๆ ที่ผ่านมา บริเวณนี้มีเพียงหญ้าขน ต้นไมยราพที่ขึ้นปกคลุมเต็มพื้นที่ ทำให้ต้องออกแรงถากถางอยู่เป็นนิจสิน และก็มีอยู่วันหนึ่งที่เดินแทะมะม่วงสุกลูกโตเบ้อเริ่ม เรียกว่าใหญ่เกินปกติธรรมดาของน้ำดอกไม้ พอกินเสร็จก็หันซ้ายหันขวาไปมา แล้วก็ตัดสินใจวางแผนสร้างร่มเงาให้กับพื้นที่ด้านหน้าของบ้านเป็นชื้นพิเศษด้วยการขุดหลุมเพาะมะม่วงเมล็ดนี้ลงในดินแบบสดๆ เลย และก็เป็นไม้ผลเพียงต้นเดียวของหน้าบ้านที่ตั้งใจปลูก เนื่องจากพื้นที่หน้าบ้านทั้งหมดได้กำหนดรูปแบบให้เป็นพื้นที่ของไม้ดอกและไม้ประดับเท่านั้น แต่อันที่จริงที่ใกล้ๆ กันมีต้นมะพร้าวยังคงยืนต้นอยู่อีก 1 ต้นจากเดิมมีอยู่ 4 แล้วถูกหนอนทำลายตายหมดสิ้นไป มะพร้าวต้นนี้ยังไม่ยอมตายแต่ก็ไม่กล้าตัดมันทิ้งตามแผนการเดิมเพราะเป็นมะพร้าวน้ำหอมที่เคยกินน้ำกินเนื้อมาตั้งแต่ตอนสูงเพียงแค่สุดแขนเอื้อม มาถึงวันนี้มันสูงไปกว่า 5 เมตรเสียแล้ว กินยากจนเลิกกินไปเองด้วยความขี้เกียจสอยน่ะ ที่พูดถึงมะม่วงต้นนี้ก็เพราะในวันนี้มันออกดอกเป็นครั้งแรกในชีวิตของมันครับตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมในช่วงอากาศกำลังหนาวเย็น และด้วยความสูงเพียงสองเมตรครึ่งทำ...

วัฏจักรสงสาร

รูปภาพ
เมื่อหลายวันก่อนต้นสักที่ปลูกเอาไว้ประมาณ 12 ปีเห็นจะได้ถูกลมกรรโชกแรงสะบัดพัดไม่กี่อึดใจ ก็เป็นอันล้มครืนลงมาอย่างสง่างามโดยไม่ยอมลงไปนอนกับพื้นให้นับ 10 ง่ายๆ เหมือนนักมวยไทยยุคปัจจุบัน แต่กลับอาศัยแรงหน่วงของการตกกระทบพื้นจากการกวาดกิ่งก้านหาที่ผ่อนน้ำหนักตัวเอง ด่านแรกเป็นต้นมะม่วงอายุ 5 ปีเศษด้านซ้ายมือกิ่งมะม่วงที่ยื่นออกมาขวางทางมีขนาดเท่าน่องถูกฉีกออกจากต้นอย่างสะดวก แต่ส่วนยอดของต้นสักนั้นกลับพบกับแรงต้านทานระดับสุดยอดที่สามารถรองรับน้ำหนักนับตันได้อย่างเหลือเชื่อ เพราะเป็นต้นมะขามยักษ์อายุเท่ากับต้นสักเพราะเติบโตมาพร้อมกัน นั่นคือ ประมาณ 12 ปีช่วงก่อนการปลูกบ้านหลังนี้ ความเสียหายที่มะขามยักษ์ได้รับคือ ต้องสูญเสียกิ่งใหญ่ขนาดเท่าแขนไปเพียงกิ่งเดียวเนื่องจากน้ำหนักทั้งหมดของต้นสักถ่ายลงมาที่กิ่งใหญ่ที่สุดของส่วนยอดแล้วก็ฟาดลงมาตรงง่ามของกิ่งมะขามทำให้เกิดความเสียหายตรงจุดนั้น แล้วน้ำหนักทั้งหมดก็ถูกกระจายออกไปตามกิ่งก้านสาขาทำให้กิ่งมะขามหลายๆ กิ่งสามารถกระจายน้ำหนักรองรับแรงกดลงมาของต้นสักได้อย่างเหนียวแน่น ทำให้ไม่เกิดความเสียหายอะไรเพิ่มเติม ช่วงเวลาต่อไป...

วิถีธรรมชาติ

รูปภาพ
ภาพนี้เป็นทิวทัศน์หลังบ้านด้านทิศตะวันออกภายหลังจากการรองรับความชุ่มฉ่ำจากน้ำฝนมาหลายเพลา ผลที่ติดตามมาคือวัชพืชหลากหลายชนิดที่เติบโตขึ้นมารอรับการลงแรงถากถางครั้งใหญ่ จากคนขี้โรคซะด้วย เวรกรรมแท้ๆ แต่มันก็เป็นภาระที่ต้องจำยอม เพราะทั้งบ้านก็มีอยู่คนเดียวที่ต้องทำและทำมาหลายปีแล้ว เนื่องจากท่ามกลางความเขียวขจีเหล่านี้ มีทั้งต้นมะนาว ต้นข่าแดง ต้นมะม่วง ต้นลำไย ต้นขนุน ต้นชมพู่ ต้นกระท้อน ต้นกล้วยหอม ต้นสัก ฯลฯ ที่กำลังเจริญเติบโตอย่างช้าๆ  แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นคงต้องรอจนกว่าจะหมดฝนแผ่นดินเริ่มแห้งแล้วนั่นแหละถึงจะได้ฤกษ์ได้ยามลงจอบถากถางกัน เพราะระยะนี้ดินมันแฉะไปหมดทำอะไรไม่สะดวกเอาเสียเลย (ขี้เกียจด้วยแหละเป็นประการสำคัญ) ขอนอนพักผ่อน ดูหนังฟังเพลงไปตามอัธยาศัยก่อนซักเดือนสองเดือน ค่อยมาว่ากันทีหลัง เมื่อหลายเดือนที่แล้วมีลุฏหมาตัวนึงเดินเปะปะมานอนอยูข้างๆ บ้านๆ พอเห็นหน้าก็วิ่งหายเข้าป่าไปทุกที จนมาระยะหลังมันกล้าพอที่จะชำเลืองมองก่อนจะวิ่งหลบไปห่างๆ แล้วค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์ขึ้นหลังจากที่แม่บ้านเทเศษข้าวใส่จานไว้ให้ที่หลังบ้าน แม้จะไม่เป็นประจำทุกวัน แต่เจ้าห...

เกษตรกรอาชีพ

รูปภาพ
วันนี้เดินเตร่ไปข้างบ้านเพราะมองเห็นข้าวโพดทั้งฝักกองสุมกันอยู่ใต้ถุนบ้านเต็มพื้นที่สูงถึงชั้นบนสอบถามได้ความว่าทางไซโลใกล้บ้านที่่เคยรับซื้อเขาตั้งราคารับซื้อไว้ที่ 3.50 บาทเท่านั้น ทั้งๆที่เมื่อปีก่อนเคยให้ราคาถึง 6 บาท จึงต้องเอามากองไว้ที่บ้านเพือรอให้ราคามันปรับตัวขึ้นอีกซักนิดพอที่จะทำกำไรได้บ้าง เนื่องจากแถวต่างจังหวัดราคาจะตกอยู่ประมาณ 5 บาท ถึง 5 บาทกว่าทั้งสิ้น ส่วนเหตุผลสำคัญก็คือในประเทศเพื่อนบ้านก็มีการปลูกข้าวโพดมากมายและพากันขนข้ามชาติมาขายในประเทศเราอย่งไม่ขาดสายเพราะได้ราคาดีกว่าราคาภายในประเทศตนเอง เคราะห์กรรมกำลังมาเยือนเกษตรกรไทยอย่างเป็นระบบ เริ่มจากความล้มเหลวในการช่วยเหลือชาวนา การกดราคายางให้ตกต่ำ การกดราคาข้าวโพด และแน่นอนว่าราคาผลผลิตทางการเกษตรทุกชนิดจะต้องพากันดิ่งลงเหวทุกเรื่องโดยปราศจากความสนใจใยดีของรัฐบาล ที่มุ่งหน้าตะแบงผลักดันโลกอุตสาหกรรมอย่างไม่ลืมหูลืมตา เท่ากับเป็นการช่วยเหลือคนที่รวยอยู่แล้วไม่กี่คนให้พากันกอบโกยร่ำรวยต่อไป โดยทอดทิ้งให้คนจนกว่า 40 ล้านคนในประเทศนี้ให้ดำดิ่งลงสู่ความยากจนตลอดชาติอย่างถาวร เพราะการดำเนินนโยบายของประเทศอ...

รสชาติของชีวิต

รูปภาพ
ภาพนี้ถ่ายไว้หลังฝนตกหมาดๆ ในระยะประชิดเพราะต้องการให้มองเห็นความเปรี้ยวที่สัมผัสได้จากสีสันของดอกมะขามยักษ์ช่อนี้ เป็นช่วงเวลาของการผลิดอกออกฝัก แม้ว่าบนต้นยังคงมีฝักแก่ๆ ที่เหี่ยวแห้งคาต้นอยู่เกลื่อนกลาดเพราะไม่สามารถตะปีนป่ายหรือสอยผลผลิตรุ่นที่แล้วลงมาได้ทั้งหมด ประจวบกับฝนปีนี้มาเร็วกว่าเคยทำให้ฝักแก่ๆ เหล่านั้นเริ่มเน่าเสียเมื่อถูกฝน และก็เริ่มต้นกระบวนการแตกหน่อผลิดอกออกมาจนพราวไปทั้งต้น แน่นอนล่ะว่าโอกาสนี้เป็นจังหวะเวลาสำหรับอาหารประเภทต้มยำพุงปลาช่อนกับยอดมะขามอ่อนหรือดอกมะขามสดๆ แต่ก็ไม่ควรละเลยปลาบู่ตัวโตๆ หรือปลากดตัวอวบๆ ลงไปเพิ่มความหวานอมเปรี้ยวให้กับน้ำต้มยำหม้อนี้ แล้วก็ตามด้วยพริกแห้งทอดกรอบมาบิใส่ตามลงไปทีหลัง และก็ไม่แปลกถ้าหากจะเปลี่ยนจากปลาไปเป็นเนื้อหมู เนื้อไก่ หรือเนื้อวัว ตามความถนัดของตนซึ่งก็จะไม่ได้ทำให้รสชาติของดอกมะขามสดๆ เหล่านี้สูญเสียเสน่ห์แห่งความเปรี้ยวลงไปได้ นี่แหละครับรสชาติของชีวิต ต้นมะขามยักษ์ต้นนี้เพียงต้นเดียวที่มีอยู่คู่บ้านมาตั้งแต่เริ่มการถมดินปลูกสร้างบ้านก็เริ่มปลูกมะขามต้นนี้มาจากเมล็ดเพียงเมล็ดเดียว กาลเวลาผ่านไป 10 ปี ...

ธรรมชาติกับชีวิต

รูปภาพ
นกเขาตัวนี้เห็นมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ยืนยันว่าจำได้แม่นยำเพราะเมื่อครั้งมันยังเป็นเด็กน่ะ มันเติบโตอยู่บนต้นมะพร้าวหน้าบ้านซึ่งสูงจากพื้นดินประมาณ 10 เมตรวันหนึ่งทางมะพร้าวที่พ่อแม่ของมันทำรังไว้เริ่มเหี่ยวเฉาหมดอายุหลุดร่วงลงมา รังของมันที่อยู่บริเวณกาบด้านโคนก็หลุดร่วงตามลงมาโดยที่มีตัวมันร่วงตามลงมาด้วย โชคดีที่ด้านล่างเป็นป่าหญ้าสูงเกือบถึงเอว ทำให้รังของมันตกลงไม่ถึงพื้นดิน ตัวของมันในรังก็เลยไม่ได้รับบาดเจ็บ นับว่าป่าหญ้าที่ขี้เกียจถากถางได้สร้างประโยชน์ไว้เหมือนกัน วันนั้นกำลังเดินเล่นอยู่จึงเข้าไปลากทางมะพร้าวนั้นไปทิ้งด้านหลังบ้าน พอกลับมาอีกครั้งเพือเก็บเศษเล็กเศษน้อยก็เห็นนกเขาสองตัวกำลังกระโดดโลดแล่นไปมาอยู่บริเวณนั้นพร้อมกับส่งเสียงเซ็งแซ่ พอเดินเข้าใกล้มันก็บินโฉบผ่านหัวสลับกันไปมา ทำให้เกิดความสงสัยแล้วก็มองไปเห็นรังของมันที่ตกค้างอยู่บริเวณกอหญ้ามีลูกนกตัวเล็กๆ ขนอ่อนๆ กำลังชูคอร้องอยู่ จึงรู้เหตุผลของนกสองตัวนั้นว่าคงเป็นนกเขาสองผัวเมียที่มาคอยปกป้องลูกของมัน ซึ่งถ้าหากปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น คงไม่นานก็จะมีหมาหรือแมวมาคาบไปรับประทานเป็นแน่เพราะพื้นที่นั้นเป็นทางผ่านข...

ปลีกวิเวก

รูปภาพ
พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินทปัญโญ) หรือรู้จักในนาม พุทธทาสภิกขุ (27 พฤษภาคม พ.ศ. 2449 — 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2536) เป็นชาวอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2449 เริ่มบวชเรียนเมื่ออายุได้ 20 ปี ที่วัดบ้านเกิด จากนั้นได้เข้ามาศึกษาพระธรรมวินัยต่อที่กรุงเทพมหานคร จนสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค แต่แล้วท่านพุทธทาสภิกขุก็พบว่าสังคมพระพุทธศาสนาแบบที่เป็นอยู่ในขณะนั้นแปดเปื้อนเบือนบิดไปมาก และไม่อาจทำให้เข้าถึงหัวใจของพระพุทธศาสนาได้เลย ท่านจึงตัดสินใจหันหลังกลับมาปฏิบัติธรรมที่อำเภอไชยา ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของท่านอีกครั้ง พร้อมปวารณาตนเองเป็น พุทธทาส เนื่องจากต้องการถวายตัวรับใช้พระพุทธศาสนาให้ถึงที่สุด ผลงานเด่นของทาสพุทธทาสคืองานหนังสือ อาทิ หนังสือพุทธธรรม, ตามรอยพระอรหันต์ และคู่มือมนุษย์ และเป็นสงฆ์ไทยรูปแรกที่บุกเบิกการใช้โสตทัศนูปกรณ์สมัยใหม่สำหรับการเผยแพร่ธรรมะ และท่านมีสหายธรรมคนสำคัญ คือ ปัญญานันทภิกขุ แห่งวัดชลประทานรังสฤษฎ์ และ ท่าน บ.ช. เขมาภิรัตน์ (ข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ซึ่งท่านสามารถเข้าไปอ่านประวัติของท่านโดยละเอียดได้ที่ http://th.wikipedia.org/wiki/...

การอยู่ร่วมกัน

รูปภาพ
ถ้าจะลองมานับเวลาดูแล้วละก็ คิดว่ากระถางเฟื่องฟ้าต้นนี้น่าจะมีอายุเกินกว่า 5 ปีแล้ว เป็นกระถางซีเมนต์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร แล้วก็นำต้นเฟื่องฟ้ามาลงไว้ 5 สายพันธุ์ ตั้งแต่ขนาดกิ่งตอนสูงเพียง 15 เซนติเมตร โดยมีชนิดกลีบสีแดงสด กลีบสีชมพูอ่อน กลีบสีส้ม กลีบสีม่วงอ่อน และกลีบสีขาว แถมท้ายด้วยดอกเฟื่องฟ้าแบบเป็นช่อสีแดงสดอีก 2 กิ่ง มาถึงวันนี้เห็นมีดอกฃนิดกลีบสีส้มกับสีม่วงอ่อนเพียงสองชนิดที่ปรากฏดอกมาให้เห็น กับดอกที่เป็นช่อสีแดงสดอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งชนิดหลังนี้มีลักษณะลำต้นที่ผิดแผกแตกต่างออกไปจากกลุ่มห้าสีนั่น ส่วนสามสีที่รออยู่กลับไปปรากฏตัวอยู่อีกกระถางหนึ่งใกล้ๆ กัน และทำการปลูกพร้อมๆ กันมาซึ่งก็ไม่ปรากฏสีส้มกับสีม่วงอ่อนให้เห็น สงสัยว่าจะเกี่ยงกันเจริญเติบโต อาจจะต้องใช้วิธีติดตาขยายพันธุ์ในโอกาสหน้า จนกว่าจะครบกอละ 5 สี + กับอีก 1 ช่อสีแดงสด แล้ววันหลังจะอารูปมาลงให้ดู กิ่งก้านของเฟื่องฟ้าทั้งสองกระถางถูกควบคุมการเจริญเติบโตด้วยการจำกัดการแผ่ขยายลำต้นออกไปทางด้านข้างด้วยการมัดเป็นช่วงๆ จนถึงความสูง 2.50 เมตร จึงปล่อยให้แผ่ขยายออกด้านข้างตามปกติ และกำลังรอทุนทรัพย์มาต...

ว่านนกคุ้ม

รูปภาพ
ว่านนกคุ้ม ในกระถางที่เอาหน่อเล็กๆ มาลงไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้วกำลังแตกหน่ขยายตัวออกพร้อมกับผลิใบแผ่กว้าง สดชื่น สดใส มิหนำซ้ำยังมีดอกเล็กๆ สีขาวแทรกออกมาให้เห็นซะอีก อัันที่จริงแล้วเราแยกหน่อออกมาปลูกเป็นสองกระถาง เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่าง ในสถานที่ วัสดุ อุณหภูมิ ที่แตกต่างกัน แต่ปรากฎว่ามันเป็นช่วงฤดูฝนน่ะ ผลมันเลยออกมาใกล้เคียงกันเพราะได้รับน้ำเท่ากัน ไม่ค่อยได้เจอแดดเหมือนกัน รองวดหน้าจะขยายออกไปอีกซักห้ากระถางแล้วค่อยมาดูผลอีกที แต่ตอนนี้กำลังมองหาพันธุ์ใหม่ๆ อยู่เพราะทราบว่ายังมีอีกหลายฃนิดที่มีพันธุ์เดียวกัน ทั้งใบใหญ่ ใบเล็ก สีก็แตกต่างกัน ดอกก็มีหลายสี ทั้งแดง น้ำเงิน ขาว จึงอยากได้ทุกชนิดนั่นแหละแล้วจะมาผสมพันธุ์ใหม่ๆ ออกมาดู ชื่ออื่นๆ : บัวเงิน, ว่านนกคุ้ม, ว่านนางล้อม ชี่อวิทยาศาสตร์ : Brisbane lily (Eurycles amboinensis) ชื่อวงศ์ : AMARYLLIDACEAE  ถิ่นกำเนิด เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และทางเหนือของออสเตรเลีย มีการกระจายพันธุ์ในป่าโปรงของไทยด้วย แถบอุทัยธานีและนครสวรรค์ ลักษณะทั่วไป เป็นไม้หัว มีระยะฟักตัวในช่วงฤดูหนาว ราวเดือนธันวาคม - มกราคม หลังจากนั้นจะแทงช...