บทความ

สังคมที่อ่อนแอ

รูปภาพ
ประมาณปี 2546 หรือ 47 ปีไหนก็ชักไม่แน่ใจแล้วแต่จำได้ว่าเคยใช้เวลาในช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกเอาอาหารปลามาหว่านอยู่ริมสระน้ำนี้เมื่อมีโอกาสได้กลับมาบ้านช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ช่วงนั้นมีปลานิลอยู่ไม่ใช่น้อยและก็รู้เวลาอาหารดีเสียด้วย เพราะเพียงแต่เดินมาถึงขอบสระ พวกมันก็จะพากันแห่แหนมาเต้นระบำใต้น้ำให้ดูเป็นการแลกเปลี่ยนกับอาหารชั้นดี แต่ละตัวโตกว่าฝ่ามือทั้งนั้นเท่าที่ลองกะดูคร่าวๆ น่าจะเกินร้อยอย่างแน่นอน เป็นช่วงเวลาของการผ่อนคลายทั้งทางร่างกายและจิตใจ เวลาผ่านมาไม่กี่เกือนเมื่อเดินไปถึงขอบสระปรากฎว่าผืนน้ำเงียบสงบเหมือนทะเลหลังเกิดมรสุม ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ ปรากฎให้เห็นเลยแม้แต่ชีวิตเดียว จากการคาดเดาเชื่อว่าคงจะมีมือดียืนรอปลามารวมพลจนครบถ้วน ซึ่งมันจะทำทุกครั้งเมื่อเห็นคนมายืนขอบสระ และหลังจากนั้นปลาทั้งหมดก็จะถูกรวบไว้จากการใช้แหตาถี่ๆ หว่านลงไปเพียงครั้งเดียว หรืออาจจะมีการตามเก็บกวาดอีกระลอกหรือหลายระลอก แต่สรุปแล้วก็คือเกลี้ยงหมดทั้งสระขนาดเกือบ 2 งาน ผู้อ่อนแอไม่เคยรู้จักให้อภัย การให้อภัยเป็นคุณลักษณะของผู้เข้มแข็ง ..... คำพูดประโยคนี้เป็นของท่าน มหาตมะ คานธี ดังนั้นจึง...

ฝึกสมาธิ

รูปภาพ
ในช่วงเวลาของการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมของบ้าน นั่นหมายความถึงการถากถางวัชพืช การปลูกต้นไม้ในพื้นที่ การบำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกไว้ และการปรับแต่งสภาพภูมิทัศน์ของบริเวณบ้าน เวลาเหล่านี้ถ้าจะเรียกว่างานก็ย่อมได้ แต่สำหรับตัวเราเองกลับเรียกมันว่า ช่วงเวลาของการพักผ่อนอย่างแท้จริง การเดินเตร่ไปมาช้าๆ ดูโน่นดูนี่จับนั่นจับนี่ หรือการนั่งบนเก้าอี้เตี้ยๆ แล้วบรรจงถอนต้นหญ้าทีละต้น แม้จะได้งานน้อยแต่เป็นการผ่อนคลายทุกสิ่งทุกอย่างในจิตใจได้หมดจดที่สุด ทำจิตใจให้ผ่องใสไม่มีอารมณ์ใดๆ เข้ามาแผ้วพานแม้แต่น้อย มีแต่การจดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังทำอยู่เท่านั้น ไม่มีอดีตให้ระลึกถึง ไม่มีอนาคตให้ต้องหมกมุ่นกังวล เป็นภาวะที่หลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง และเมื่อกลับขึ้นมาบนบ้านเปิดโทรทัศน์ดู อารมณ์ก็เริ่มขุ่นมัว หงุดหงิดกับการนำเสนอข่าวสารของสื่อต่างๆ ที่แย่งชิงความเป็นผู้นำด้านข่าวสารด้วยการนำเสนอข่าวสารที่มีแต่สร้างความร้าวฉานให้เกิดขึ้นกับผู้คนในสังคม แบ่งแยกผู้คนออกเป็นฝักเป็นฝ่าย โดยมุ่งหวังเพียงรายได้จากค่าโฆษณาจากสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่ไร้สาระ ฟุ้งเฟ้อ ไม่มีความจำเ็ป็นต่อการดำรงชีวิตของผู้คน นำเสนอแต่ร...

ชมสวน

รูปภาพ
บริเวณด้านทิศเหนือของตัวบ้านซึ่งเป็นพื้นที่ว่างแต่ได้รับการถมดินไว้สูงระดับเดียวกับพื้นดินบริเวณตัวบ้านแล้ว เป็นพื้นที่ที่เตรียมไว้สำหรับการต่อเติมออกไปเป็นห้องครัวและห้องรับรองแขกเหรื่อ แต่ยังรองบประมาณในการก่อสร้างอยู่ ดังนั้นพื้นที่ตรงนี้จึงใช้เป็นที่อยู่ชั่วคราวสำหรับอาหารนานาชนิดทั้งชนิดอยู่ประจำเป็นการถาวร อันได้แก่ ต้นขี้เหล็ก ต้นแค ต้นยอ มะกรูด ยี่หร่า โหระพา กะเพรา แมงลัก ตะไคร้ กับชนิดที่มาอาศัยเป็นการชั่วคราว เช่น กระเจี๊ยบ ฟักทอง สำหรับผักโขมจีนที่เห็นในภาพ จะเห็นได้ว่ามีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่โตเอาการดูได้จากขนาดของใบก็แล้วกัน ส่วนลำต้นนั้นสูงประมาณ 2 เมตรแล้วในวันที่ถ่ายภาพไว้ ซึ่งจะเห็นได้ว่ายังมีส่วนยอดอยู่เพราะต้องการจะเก็บเมล็ดพันธุ์สะสมเอาไว้ก่อนเพื่อการขยายพันธุ์ออกไปในวันข้างหน้าบนพื้นที่อื่นๆ ที่เหมาะสมกว่านี้ สำหรับช่วงนี้ก็สามารถเก็บมาทำอาหารได้หลายมื้อแน่นอนจากจำนวน 20 กว่าต้นที่กำลังงอกงามอยู่ ถึงแม้ว่าจะมีพืชผักสวนครัวขึ้นอยู่นานาชนิดจนกินไม่ทันแต่กลับไม่มีเวลาจะไปจัดการอะไรเพราะเวลาส่วนใหญ่ที่ใช้หมดไปกับการราวีเหล่าวัชพืชหลากชนิดที่ขึ้นมาอย่างหนาแน่นเช่นเดีย...

อปท.คือจุดเริ่มต้น

รูปภาพ
เมื่อวันก่อน(ก่อนเลือกตั้ง นายก อบต.น่ะ) พูดถึงการหาเสียงกันอย่างทุ่มเท ถี่ยิบ มีรถติดป้ายโฆษณาหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งวิ่งผ่านหน้าบ้านตลอดเวลาจนเกือบจะทุกนาที พร้อมกับเสียงประชาสัมพันธ์คุณสมบัติ คุณภาพ กันแบบไม่ออมประวัติ และเมื่อการเลือกตั้งผ่านไป สิ่งที่ตามมาก็คือ การตระเวณขอบคุณชาวบ้านอีกระลอกใน 2 วันต่อมาโดยที่ กกต.จังหวัดยังไม่ทันได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ แต่สรุปได้ว่าผู้สมัครแต่ละท่านรู้ตัวดีว่าผลจะออกมาในรูปใดและด้วยเหตุใด ซึ่งชาวบ้านที่เกาะติดสถานการณ์ตลอดเวลาก็รู้ผลทันทีหลังการนับคะแนนในเย็นวันนั้น (ซึ่งก็นับว่าแปลกที่ กกต.ไม่ยักกะรู้กะเค้าด้วย) สิ่งหนึ่งที่จะเกิดตามมาก็คือ การร้องเรียนถึงความไม่โปร่งใสในการหาเีสียงของผู้ชนะรวมไปถึงหลักฐานในการทุจริตเท่าที่จะหามาได้(แต่ผลสรุปจะออกมาว่ารับฟังไม่ได้หรือสงสัยว่าจะมีการสร้างหลักฐานหรือสงสัยว่าจะมีการกลั่นแกล้ง ฯลฯ) เพราะถึงแม้จะเป็นการเลือกตั้งในระดับล่างๆ แต่ก็มี " โผ " เหมือนกับการเมืองระดับประเทศ ซึ่งอาจจะมาจากปัจจัยหลายประการ ยกตัวอย่างสักข้อ คือ " หัวคะแนน " ที่มีอยู่ในการเลือ...

ปกครองท้องถิ่น

รูปภาพ
คอมเครื่องนี้จำได้เลือนลางว่าน่าจะซื้อมาเมื่อต้นปี 54 นี่เอง เอ..หรือต้นปี 53 ไม่แน่ใจ ยอมรับว่าสติชักจะไม่ค่อยจะสมบูรณ์เท่าเดิมเสียแล้ว คงจะมาจากปัจจัยหลายๆ ประการ ที่อยากจะพูดถึงก็คือเมื่อครั้งที่ซื้อคอมพิวเตอร์มาเป็นสมบัติส่วนตัวครั้งแรกประมาณปี 2536 ซีพียู AMD K6 350MB iราคาซื้อตอนนั้นก็ 24,000 บาท(ถ้าเป็นปัจจุบันกับซีพียูความเร็วขนาดนี้ขายซัก 500 คงไม่มีใครซื้อ) ไม่เคยศึกษาหาความรู้ถึงชิ้นส่วนใส้ในของมันเลย สรุปก็คือใช้งานเป็นอย่างเดียว(แบบงูๆ ปลาๆ) พอมีอาการไม่ตอบสนองก็แบกไปหาช่างแล้วก็ถูกหลอกรับประทานเงินไปทีละร้อยสองร้อย และบางครั้งก็เล่นไปเป็นหลักพัน นานวันเข้าบารมีเริ่มแก่กล้าจากการพาไปหาช่างเปลี่ยนมาเป็นเริ่มลุยเข้ารักษาอาการต่างๆ ด้วยตัวเอง นอกเสียจากควันท่วมเครื่องนั่นแหละถึงจะยอมแพ้ มาถึงวันนี้ตั้งแต่ซื้อเครื่องใหม่(เครื่องที่ 3)ยังไม่เคยพาไปหาช่างเลยแม้แต่ครั้งเดียวแม้จะดับสนิทไปหลายรอบ ด้วยอาการอันเนื่องมาจากหัวสัมผัสทองแดงของชิ้นส่วนหลายชิ้นสกปรก ไวรัสถล่มฮาร์ดดิสก์จนถึงขั้นต้องล้างเครื่องลงโปรแกรมใหม่มากกว่า 10 ครั้งแล้ว แล้วก็อาการหลวมคลอนของสายต่อต่างๆ ที่จุกจิกกว...

บ้านอยู่หลังวัด

รูปภาพ
บ้านของเราปลูกสร้างอยู่ในพื้นที่ประมาณ 3 ไร่และจากแนวรั้วด้านหลังฝ่าทุ่งนาออกไปมีระยะห่างจากด้านหลังของวัดประจำตำบลเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ซึ่งก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าบ้านของเราอยู่หลังวัด หรือว่าวัดมาอยู่ข้างหลังบ้านเรา แต่ที่แน่นอนที่สุดก็คือยังไม่เคยเดินเข้าไปในบริเวณวัดเลยสักครั้ง แม้จะ "คิดเอาว่า" ตัวเองเป็นพุทธศาสนิกชนที่เคร่งครัดต่อศีลธรรมอย่างมากคนหนึ่งชนิดที่รับรองตัวเองได้เลยว่า "มากกว่าพระภิกษุสงฆ์บางรูป" เสียอีก นั่นพูดถึงเรื่องการปฏิบัติตามหลักธรรมเท่านั้นนะ เพราะยังไม่เคยคิดจะออกไปเเดินบิณฑบาตให้ชาวบ้านจับส่งโรงพยาบาลบ้า นอกจากศาสนาพุทธจะเป็นหลักของความเชื่อแล้ว ศาลพระภูมิแม้จะเป็นแนวทางพราห์มแต่ก็ผูกพันกับศาสนาพุทธจนแยกกันไม่ออกเสียแล้ว จึงนับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจที่มีคุณค่าสูงสุดเช่นกัน แต่จุดประสงค์ที่ต้องการจะกล่าวถึงน่ะไม่ได้เน้นไปที่ัวัดหรือศาลพระภูมิ แต่เป็น "สัจธรรม" ที่พระพุทธองค์เป็นผู้เผยแผ่มาถึงพวกเรา ซึ่งถึงบ้างไม่ถึงบ้าง รู้เรื่องบ้าง "ไม่ยอมรับรู้้บ้าง" และไม่ค่อยจะให้ความสนใจที่จะนำไปปฏิบัติ ...

มุมของอารมณ์

รูปภาพ
ภาพที่เห็นข้างบนนั่นไม่ใช่ภาพศิลป์ หรือพรรณไม้ต่างดาว หรือกล้วยไม้พันธุ์ใหม่ที่ผสมเทียมขึ้นมาหรอกครับ ก็แค่ดอกมะขามธรรมดาๆ นี่เองที่ปลูกไว้หลังบ้าน แต่ถ้ามองใกล้ๆ แล้วก็ใช้จินตนาการซักนิดก็จะเห็นว่ามันสวยงามกว่าที่เคยเห็นมา เพราะจะว่าไปแล้วก็ไม่เคยให้ความสนใจกับมันอย่างลึกซึ้งมาก่อน เพียงแต่รู้ว่าดอกมะขามกับยอดอ่อนๆ ของมันน่ะเวลาเอามาต้มกับปลาแล้วรสชาติมันแซ่บอย่าบอกใคร โดยเฉพาะถ้าเป็นปลากดด้วยแล้วอย่าให้พูดเลยมันชวนน้ำลายสอน่ะ แต่จากภาพที่เห็นน่ะไม่ใช่แค่เป็นดอกมะขามทั่วไปนะครับเพราะต้นที่ปลูกไว้น่ะเป็นพันธุ์มะขามยักษ์ หมายความว่ามันต้องใหญ่กว่าธรรมดาแน่นอนต้นหลังบ้้านต้นนี้ปลูกไว้ครั้งแรกประมาณปี 2545 ด้วยการเพาะเมล็ดเองและนำมาปลูกไว้บริเวณกึ่งกลางพื้นที่ว่างหลังบ้านเพื่อหวังร่มเงาในภายหน้า และแล้ววันหนึ่งในปีต่อมาก็เกิดอัคคีภัยโดยเจตนาเพราะแม่บ้านเผาป่าหญ้าหลังบ้านแล้วคุมไฟไม่อยู่ ทำเอาต้นมะขามสูงแค่เมตรกว่าๆ ต้นนี้กลายเป็นซากดำเกรียมในทันที ต่อจากนั้นมาอีกเกือบปีมันฮึดสู้ชูลำต้นงอกขึ้นมาใหม่เนื่องจากรากแก้วยังมั่นคงอยู่ เกือบปีต่อมามันโตขึ้นสูงเกือบเมตรและแล้วก็เกิดอัคคีภัยซ้ำรอ...